ในยุคที่ Generative AI อย่าง Midjourney, DALL-E หรือ Stable Diffusion สามารถเสกภาพสวยๆ ออกมาได้ภายในไม่กี่วินาที
ในยุคดิจิทัลที่การถ่ายภาพและเผยแพร่ผลงานทำได้ง่าย การถ่ายรูปงานศิลปะจึงต้องคำนึงถึงลิขสิทธิ์มากกว่าที่เคย งานศิลปะทุกชิ้นมีเจ้าของลิขสิทธิ์
เชื่อว่าน้องๆ มัธยมหลายคนที่รักการวาดรูปหรือหลงใหลในงานดีไซน์ มักจะเจอกับความสับสนครั้งใหญ่เมื่อต้องเลือกคณะในฝัน “จะไปสาย Digital Art หรือจะเลือก Graphic Design ดีนะ?”
ในโลกของการออกแบบยุคปัจจุบัน “ภาพนิ่ง” อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาหรือสื่อสารความหมายที่ซับซ้อนได้อีกต่อไป การขยับขยายขอบเขตจากภาพ 2 มิติ สู่ภาพเคลื่อนไหว (Motion Design)
ในปัจจุบันงานศิลปะและงานดิจิทัลอาร์ตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงในแกลเลอรีหรือการสร้างผลงานเพื่อความสวยงามเท่านั้น
ในทุกยุคสมัย ศิลปะเป็นพื้นที่แห่งการทดลองและการถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และอัตลักษณ์ของมนุษย์ จากภาพบนผนังถ้ำ สู่พู่กันและสีบนผืนผ้าใบ
ทำไมคนสายดิจิทัลอาร์ตและดีไซน์ต้องเข้าใจ AI ตั้งแต่วันนี้ หลายคนคิดว่า AI จะมาแทนมนุษย์ แต่ความจริงคือ AI ไม่ได้มาแย่งงานเรา
โลกกำลังหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ AI, VR, Metaverse ไปจนถึง Content Economy ทุกสิ่งล้วนขับเคลื่อนด้วย “ความคิดสร้างสรรค์” ที่ผสานกับดิจิทัลอย่างลงตัว
โลกดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่งานศิลปะและดีไซน์เน้นความสวยงามวันนี้มันกลายเป็นทักษะที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและเศรษฐกิสร้างสรรค์อย่างแนบแน่น
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ศิลปะก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อมี AI (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาช่วยเสริมการเรียนรู้และการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันเราสามารถสร้างสรรค์ผลงานเผยแพร่และแชร์ข้อมูลได้ง่ายกว่าที่เคยแต่ในขณะเดียวกันปัญหาเกี่ยวกับ”ลิขสิทธิ์ (Copyright)” และ”การละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright Infringement)”
สายครีเอทีฟยุคใหม่ ต้องไม่พลาด! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการออกแบบ ชอบสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านเทคโนโลยี และอยากทำงานในสายดิจิทัลที่กำลังมาแรงสุด ๆ คณะดิจิทัลอาร์ตและดีไซน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือคำตอบที่ใช่!